เข้าสู่ระบบ/ลงทะเบียน
ภาษาไทย
เข้าสู่ระบบ

เบอร์มือถือ(0xxxxxxxxx)

รหัสผ่าน

ไม่มีบัญชีลงทะเบียนตอนนี้
ยกเลิก
ลงทะเบียน

*ชื่อและสกุล

*เบอร์มือถือ(0xxxxxxxxx)

ส่งรหัสยืนยัน

*รหัสยืนยัน

อีเมล

*รหัสผ่าน

*ยืนยันรหัสผ่าน

ยอมรับข้อตกลง
PHONE
Mail
ข้อตกลงผู้ใช้งาน
[Article] - J&T Express เดินหน้าหนุนธุรกิจ ปรับลดราคาค่าขนส่ง ดันอีคอมเมิร์ซโต ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19

กรุงเทพฯ ประเทศไทย: ท่ามกลางวิกฤติการณ์โควิด-19 คนส่วนมากเปลี่ยนวิธีคิด ปรับพฤติกรรมใหม่ๆ กันในยุคของ “New Normal” การกักตัวอยู่บ้านกลายเป็นเรื่องปกติกิจวัตรประจำของผู้คนทั่วไป กิจกรรมส่วนมากเน้นการใช้งานออนไลน์และเทคโนโลยี เพื่อเชื่อมต่อการทำงานและการใช้ชีวิตของผู้คน โลกถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ที่เข้ามา Disrupt รูปแบบธุรกิจแบบเดิม กิจกรรมตัวอย่างที่เกิดขึ้น อาทิ การดูวิดีโอสตรีมมิ่ง การเล่นเกมออนไลน์ การสั่ง Delivery การใช้ e-Payment และการช้อปปิ้งออนไลน์ผ่าน E-commerce เป็นต้น พฤติกรรมที่เริ่มปรับเปลี่ยนไปนี้ ย่อมจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของเกือบทุกธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วยเช่นกัน 


ในช่วงปีที่ผ่านมา พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยพบว่ามีการปรับเปลี่ยนไปใช้ E-Commerce มากขึ้นและเร็วขึ้น ส่งผลให้มูลค่า E-Commerce ในปัจจุบันเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าความต้องการซื้อสินค้าและบริการผ่านทางช่องทางออนไลน์ของผู้บริโภคจะยังคงอยู่ต่อไปหลังการแพร่ระบาดและยังคงเติบโตขึ้นโดยอ้างอิงจากผลการสำรวจของ Tofugear พบว่าโดยเฉลี่ยแล้วร้อยละ 45 ของผู้บริโภคทั่วเอเชีย วางแผนที่จะเพิ่มการใช้จ่ายออนไลน์ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า


J&T Express ผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วนที่เปิดดำเนินการในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2019 และในปีนี้ J&T Express พร้อมเดินหน้าตอกย้ำจุดแข็ง ด้วยบริการขนส่งพัสดุด่วนทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย ตลอด 365 วัน


โดย J&T Express พัฒนาขยายกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังตอบรับกับพฤติกรรมดังกล่าว ด้วยบริการ “ส่งพัสดุต่างประเทศ (International Standard Express)” ไปยังประเทศเครือข่ายของ J&T Express Group ที่มีผู้ใช้บริการกว่า 2 พันล้านคนทั่วโลก ซึ่งประกอบไปด้วย ประเทศจีน, มาเลเซีย, เวียดนาม, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, กัมพูชา และฟิลิปปินส์ โดยเริ่มต้นที่ สิงคโปร์ และมาเลเซียก่อน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา 


นอกจากนี้ยังปรับลดราคาค่าขนส่งใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และผู้ใช้บริการทุกกลุ่มเป้าหมาย ร่วมเป็นอีกแรงในการสนับสนุนให้ธุรกิจสามารถลดต้นทุนบางส่วนและดำเนินธุรกิจไปต่อได้ โดย J&T Express สังเกตเห็นจากยอดรับส่งพัสดุของบริษัทฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทเล็งเห็นและพร้อมที่จะรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในปัจจุบัน จวบจนถึงการมีส่วนช่วยเหลือธุรกิจทั้งรายใหญ่และรายย่อย


นายบรูซ หลิว (MR. BRUCE LIU) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย เผยว่า    "เราเล็งเห็นถึงความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น จึงพร้อมรองรับและบริการลูกค้าทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่ เราตัดสินใจปรับราคาค่าขนส่งใหม่ พิเศษให้กับลูกค้า ด้วยราคา 1 กิโลกรัม เพียง 20 บาท เท่านั้น ส่งได้ทุกพื้นที่ทั่วไทย ทั้งนี้ J&T Express เน้นย้ำว่า เราจะส่งมอบบริการรับ-ส่งพัสดุ อย่างดีที่สุดให้กับลูกค้าของเรา เป็น Business partner ที่แท้จริงของลูกค้าทุกๆ ท่าน"


หนึ่งในลูกค้าที่ใช้บริการของ J&T Express เป็นประจำ “คุณปิ๊ก” เจ้าของร้าน PickandChooses ร้านชุดว่ายน้ำสุดน่ารักบนอินสตาแกรม ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้มีลูกค้ามากมาย รวมไปถึงบรรดาเหล่าดารา อินฟูลเอ็นเซอร์ สาวกบิกินี่ทั้งหลายต่างก็ชื่นชอบ มาร่วมแชร์ประสบการณ์การใช้บริการในครั้งนี้ “ร้าน PickandChooses เลือกใช้บริการ J&T เป็นประจำค่ะ เพราะว่าใกล้บ้าน พอมีออเดอร์เข้ามาปุ๊บ ก็รีบแพ็กรีบไปส่งเลยค่ะ เมื่อเปรียบเทียบราคาแล้วก็ถูกแสนถูก และล่าสุดมีออเดอร์จากลูกค้าทั้งเชียงใหม่และภูเก็ต J&T ใช้เวลาแค่ 2 วัน ลูกค้าปลายทางก็ได้รับของแล้ว ไม่ผิดหวังจริงๆ ค่ะ”


1634635629329926.jpg 1634635679133586.jpg


และอีกหนึ่งผู้ใช้บริการตัวจริงที่ใช้บริการกับ J&T Express มาตั้งแต่เริ่มต้น “คุณเต๋าเต้ย ครอบครัวบันเทิงออนไลน์” ผู้สื่อข่าวสายบันเทิงและผู้จัดการศิลปินดารา ขอแชร์ประสบการณ์การใช้บริการ J&T Express “เต้ยใช้บริการ J&T อยู่บ่อยๆ ล่าสุดเต้ยก็ร่วมกับน้องๆ ในสังกัด รวบรวมสิ่งของสำหรับช่วยเหลือเรื่องโควิด-19 ส่งไปบริจาคที่จังหวัดยะลา J&T เค้าก็รีบดำเนินการมารับสิ่งของถึงที่และก็จัดส่งให้ครับ  ไกลแค่ไหนเค้าก็ช่วยนำส่งให้ แถมยังถ่ายภาพให้ตอนพัสดุส่งถึงปลายทางด้วย ค่าส่งก็ไม่แพง สะดวกสบายและคุ้มค่าที่สุดครับ”



โปรโมชันปรับราคาค่าส่ง เริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด) ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม Social media official account: J&T Express Thailand / เว็บไซต์: www.jtexpress.co.th / แอปพลิเคชัน: J&T Thailand / Call Center: 0-2009-5678 พร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง

[News] - KGP จับมือ J&T Express และ Chatnee ส่ง Solution ครบ ช่วยร้านค้าออนไลน์ ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ

    กสิกร โกลบอล เพย์เมนต์ หรือ KGP จับมือ J&T Express และ Chatnee ส่งโซลูชันหนุนร้านค้าออนไลน์ เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และการบริหารจัดการสภาพคล่อง สู้ศึกการแข่งขันที่รุนแรงของตลาดออนไลน์ ด้วย 3 โซลูชัน คือ “รับจ่ายเงินคล่อง” ยิ่งใช้มากยิ่งรับเงินคืน สูงสุด 1,500 บาท กับบริการรับชำระเงินผ่าน Facebook Pay จาก KGP จ่ายเงินง่ายในคลิกเดียว ความปลอดภัยสูง รับชำระเงินได้หลายรูปแบบทั้งโอนเงิน บัตรเครดิตและบัตรเดบิต “ลดต้นทุน” กับโปรโมชันค่าส่งจาก J&T Express ถูกสุด ๆ กิโลกรัมแรกเพียง 9.9 บาท กิโลกรัมถัดไปลดสูงสุด 50% ช่วยร้านค้าออนไลน์ลดต้นทุนค่าขนส่ง เพื่อให้มีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้น “บริหารจัดการคล่อง” กับระบบจัดการร้านค้าออนไลน์จาก Chatnee ใช้ฟรี 1 ปี เพื่อจัดการออร์เดอร์อัตโนมัติ ช่วยประหยัดเวลาให้ร้านค้าสะดวกสบายยิ่งขึ้น ร้านค้าออนไลน์ที่สนใจเข้าร่วมแคมเปญนี้ สมัครใช้บริการรับชำระเงินผ่าน Facebook Pay ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 7 ตุลาคม 2564 


    นายเถกิง ออศิริชัยเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กสิกร โกลบอล เพย์เมนต์ จำกัด หรือ KGP เปิดเผยว่า KGP เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจพัฒนาและให้บริการระบบรับชำระเงินดิจิทัลให้กับองค์กรชั้นนำต่าง ๆ ในไทย และเป็นบริษัทเดียวที่ทำ Payment Solution ให้กับ Facebook โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าในปี 2564 ตลาด E-Commerce ไทย จะเติบโต 30.4% มีมูลค่าตลาดแตะ 3 แสนล้านบาท การเติบโตที่เร่งขึ้นจากปีก่อน สอดคล้องไปกับพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคที่หันมาใช้ช่องทางออนไลน์มากขึ้น ท่ามกลางการระบาดของโควิด ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการทุกประเภทหันมารุกช่องทางออนไลน์มากขึ้น ควบคู่ไปกับการอัดโปรโมชั่นต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย ทั้งนี้ ช่องทาง Social Commerce และ E-Marketplace ยังคงมีบทบาทหลักใน E-Commerce ขณะที่กลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่เริ่มขยับบทบาทเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค


    ปัจจัยที่จะทำให้ร้านค้าออนไลน์สามารถแข่งขันทางธุรกิจได้ก็คือ การบริหารจัดการร้านที่ดี เช่น การจัดการสต็อก การจัดการข้อมูล การบริหารต้นทุน และการบริการลูกค้า ได้แก่ การพูดคุยให้ข้อมูล การรับจ่ายเงินที่สะดวก การจัดส่งที่รวดเร็ว ซึ่ง KGP มีบริการรับชำระเงินผ่าน Facebook Pay ที่เป็นระบบชำระเงินที่ปลอดภัย ใช้งานง่าย รองรับการชำระเงินได้หลากหลายรูปแบบ รวมถึงการรับชำระด้วยบัตรเครดิตที่ช่วยให้ร้านค้ามีความมั่นใจในการทำธุรกรรมซื้อขาย ทั้งยังไม่ต้องกังวลปัญหาเรื่องสลิปปลอม และตอนนี้ยังมีโปรโมชันยิ่งใช้มากยิ่งรับเงินคืน สูงสุด 1,500 บาทให้แก่ร้านค้าอีกด้วย


    ดังนั้น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับร้านค้าออนไลน์ KGP ได้ร่วมกับ 2 พันธมิตร คือ J&T Express และ Chatnee ส่งโซลูชันสนับสนุนให้ร้านค้าออนไลน์สามารถบริหารธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น และมีต้นทุนที่ลดลง เพื่อให้สามารถต่อสู้กับการแข่งขันที่รุนแรงในปัจจุบันได้ ด้วยการออกแคมเปญสมัครใช้บริการรับชำระเงินผ่าน Facebook Pay ตั้งแต่วันนี้ถึง 7 ตุลาคม 2564 รับโปรโมชันค่าส่งจาก J&T Express ถูกสุด ๆ กิโลกรัมแรกเพียง 9.9 บาท กิโลกรัมถัดไปลดสูงสุด 50% ส่งได้ทุกวัน ไม่มีขั้นต่ำ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ช่วยร้านค้าประหยัดต้นทุนค่าขนส่ง เพื่อให้มีกำไรและมีสภาพคล่องในธุรกิจมากขึ้น พร้อมใช้ระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ Chatnee ฟรี เพื่อจัดการออร์เดอร์ และแจ้งเลข Tracking ให้ลูกค้าอัตโนมัติ  ช่วยประหยัดเวลาให้ร้านค้าสะดวกสบายยิ่งขึ้น สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการช่วยให้ร้านค้าออนไลน์ขายของได้สะดวกปลอดภัย ช่วยลดต้นทุนการทำธุรกิจออนไลน์ได้อย่างมาก และเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับร้านค้าออนไลน์รับมือกับเทศกาลช้อปปลายปีที่ใกล้จะถึง

 

    นายบรูซ หลิว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ไทยแลนด์ จำกัด เผยว่า ในปัจจุบัน J&T Express เป็นบริษัทจัดส่งพัสดุด่วนที่ใหญ่และเติบโตสูงติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศไทย โดยมียอดจัดส่งพัสดุวันละกว่า 1 ล้านชิ้น มีร้านสาขาที่ให้บริการมากกว่า 4,000 สาขา รวมทั้งยังมีบริการเก็บเงินปลายทางที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้การรับ – ส่งพัสดุเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพให้กับผู้ใช้บริการ


    J&T Express มองว่าการจัดส่งพัสดุมีอัตราการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤตโควิด-19 จำนวนร้านค้าออนไลน์ และยอดการจัดส่งพัสดุเพิ่มขึ้นกว่า 100% ซึ่งปัจจัยสำคัญของการขายออนไลน์คือ ต้นทุน ยิ่งต้นทุนต่ำ ยิ่งทำให้พ่อค้าร้านค้าออนไลน์ได้กำไรเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น การร่วมมือกับ KGP และ Chatnee ในครั้งนี้ เพื่อต้องการสนับสนุนร้านค้าออนไลน์ให้มีต้นทุนที่ต่ำด้วยการจัดโปรโมชันค่าจัดส่งถูกที่สุดที่เคยมีมาให้กับร้านค้าออนไลน์ที่สมัครใช้บริการชำระเงินผ่าน Facebook Pay


    นายสวภพ ท้วมแสง กรรมการผู้จัดการและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซอร์ทเอาท์ จำกัด กล่าวว่า หลังจากให้บริการ ZORT ระบบจัดการออร์เดอร์และสต็อกสินค้าชั้นนำของประเทศไทยจนเป็นที่รู้จักแล้ว เล็งเห็นว่าการขายสินค้าผ่าน Facebook เป็นช่องทางที่เติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก จึงพัฒนา Chatnee โปรแกรมช่วยจัดการร้านค้าออนไลน์ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าในกลุ่มนี้ ตั้งแต่การแชท สรุปยอด จัดการคำสั่งซื้อ เตรียมส่งสินค้า และ แจ้ง Tracking No. ซึ่งช่วยลดภาระร้านค้าออนไลน์ในการบริหารจัดการร้าน และการมีระบบจัดการร้านค้าที่ดีนี้เองจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การขายออนไลน์ประสบความสำเร็จ ความร่วมมือในครั้งนี้ทางซอร์ทเอาท์ได้พัฒนาโปรแกรม Chatnee ให้มีฟีเจอร์ช่วยจัดการออร์เดอร์ที่เชื่อมต่อกับ Facebook Messenger ทำให้ร้านค้าออนไลน์สะดวกขึ้น เพราะ Chatnee จะช่วยดึงข้อมูลการยืนยันออร์เดอร์ของลูกค้าโดยอัตโนมัติ รวมทั้งสามารถเลือกบริษัทขนส่ง พิมพ์ใบปะหน้ากล่องสำหรับจัดส่งสินค้า และจัดส่งหมายเลขสำหรับติดตามการส่งให้ลูกค้าโดยอัตโนมัติผ่านช่องทาง Facebook Messenger


    นายเถกิง กล่าวทิ้งท้ายว่า ในอนาคต KGP ยังมีนโยบายที่จะผนึกกำลังกับพันธมิตรธุรกิจรายอื่นๆ เพื่อส่ง Solution ที่ตอบโจทย์สำหรับการขายออนไลน์ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ร้านค้าออนไลน์เติบโตและแข่งขันได้ในระยะยาว สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่สนใจเข้าร่วมแคมเปญนี้ สามารถสมัครใช้บริการรับชำระเงินผ่าน Facebook Pay ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 7 ต.ค. 2564 สนใจสมัคร https://kbank.co/38HnNyH หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 

KGP Contact Center 02-0088820 


[News] - J&T Express Thailand พร้อมให้บริการ ส่งพัสดุต่างประเทศ (International Standard Express)

เดินหน้าพัฒนา ขยายกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด J&T Express Thailand พร้อมให้บริการใหม่ “ส่งพัสดุต่างประเทศ (International Standard Express)” เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะเป็น Business partner อย่างแท้จริงให้กับลูกค้า 

นายบรูซ หลิว (MR. BRUCE LIU) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย เผยว่า “นับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ J&T Express ที่พร้อมจะตอบโจทย์ทุกกลุ่มลูกค้าทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมไปถึงประเทศจีน


บริการ “ส่งพัสดุต่างประเทศ (International Standard Express)” เป็นบริการสำหรับส่งพัสดุจากประเทศไทย ไปยังประเทศเครือข่ายของ J&T Express Group ที่มีผู้ใช้บริการกว่า 2 พันล้านคนทั่วโลก ประกอบไปด้วย ประเทศจีน, มาเลเซีย, เวียดนาม, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, กัมพูชา และฟิลิปปินส์ โดยในเดือนสิงหาคม 2564 นี้ บริการส่งพัสดุต่างประเทศ จะเริ่มต้นให้บริการจากประเทศไทยไปยังสิงคโปร์ และมาเลเซีย 


เราพร้อมให้บริการทั้งในรูปแบบ C2C (Consumer to Consumer) และแบบ B2B (Business to Business) ซึ่งบริการนี้มีเงื่อนไขพิเศษ ลูกค้าสามารถใช้บริการได้ที่หน้าร้าน J&T Express และ J&T Home ทุกสาขาทั่วประเทศ 

เราขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่วางใจในบริการรับ – ส่งพัสดุของเราด้วยดีเสมอมา และเรา J&T Express Group พร้อมจะพัฒนาและดำเนินการตามเป้าหมาย เพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นขนส่งอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” บรูซ หลิว กล่าวเสริม


ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 

Social media official account: J&T Express Thailand 

เว็บไซต์: www.jtexpress.co.th / แอปพลิเคชัน: J&T Thailand 

Call Center: 0-2009-5678 พร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง


[News] - J&T Express หนุนรับ กระแสอีคอมเมิร์ซโต ปรับราคาค่าส่ง 1 กิโลกรัม เหลือเพียง 20 บาทเท่านั้น

J&T Express ผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วนทั่วประเทศไทย ปรับราคาค่าขนส่งใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และผู้ใช้บริการทุกกลุ่มเป้าหมาย ในปัจจุบันลูกค้ามีไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป หันมาช้อปปิ้งออนไลน์กันมากขึ้น เห็นได้จากยอดรับส่งพัสดุของบริษัทฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทเล็งเห็นและพร้อมที่จะรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในปัจจุบัน

 

         นายบรูซ หลิว (MR. BRUCE LIU) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย เผยว่า "เราเล็งเห็นถึงความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น จึงพร้อมรองรับและบริการลูกค้าอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ผมขอขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนและวางใจในบริการของ J&T Express ด้วยดีเสมอมา และเพื่อเป็นการต้อนรับเทศกาลดับเบิ้ลเดทที่กำลังจะมาถึงนี้ เราจึงปรับราคาค่าขนส่งใหม่ พิเศษให้กับลูกค้า ด้วยราคา 1 กิโลกรัม เพียง 20 บาท เท่านั้น ส่งได้ทุกพื้นที่ทั่วไทย เราขอเน้นย้ำว่า เราสามารถส่งมอบบริการรับ-ส่งพัสดุ อย่างดีที่สุดให้กับลูกค้าของเรา และมั่นใจได้เลยว่า เราคือ Business partner ที่แท้จริงของลูกค้าทุกๆ ท่าน"

 

            โปรโมชันปรับราคาค่าส่ง เริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง (เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทกำหนด) 

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม Social media official account: J&T Express Thailand / เว็บไซต์: www.jtexpress.co.th / แอปพลิเคชัน: J&T Thailand / Call Center: 0-2009-5678 พร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง


[News] J&T Express International Standard Express

J&T Express เตรียมเปิดให้บริการส่งพัสดุด่วนไปต่างประเทศจากประเทศไทยตรงไปยังประเทศเครือข่ายของ J&T Express ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาทิ มาเลเซีย เวียดนาม สิงค์โปร์ อินโดนีเซีย กัมพูชา ฟิลิปปินส์ รวมถึงประเทศจีน ด้วยระบบการจัดการที่ทันสมัยและการติดตามพัสดุแบบ Real Time


บริการส่งด่วน 7-10 วัน สำหรับสินค้าเป็นเอกสารเริ่มต้นที่ 0.5 กิโล สูงสุดไม่เกิน 2 กิโล และสินค้าเป็นพัสดุเริ่มต้นที่ 0.5 กิโล สูงสุดไม่เกิน 30 กิโล

ขนาดพัสดุความกว้าง ความยาว ความสูงแต่ละด้านจะต้องไม่เกิน 80 เซนติเมตร โดยทั้งสามด้านรวมกันจะต้องไม่เกิน 180 เซนติเมตร และคำนวณน้ำหนักปริมาตรโดยใช้สูตร WxLxH/5,000


เงื่อนไข

- เอกสารและพัสดุ สามารถเคลมได้ 1,000 บาท / กิโลกรัม หรือสูงสุดไม่เกินมูลค่าของสินค้าที่แจ้งไว้ หรือไม่เกิน 3,000 บาท (พัสดุมีน้ำหนัก 0.3 กิโลกรัม สามารถเคลมได้ 0.3x1,000 = 300บาท) 

- กรณีลูกค้ายื่นเรื่องเคลมสินค้า ทางบริษัทฯ จะทำการพิจารณาตรวจสอบ หากตรงตามเงื่อนไขของบริษัทฯ จะได้รับการชดเชยภายใน 3 วันทำการ

- กรณีได้รับความเสียหาย หรือสูญหาย สามารถยื่นเรื่องเคลมได้ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่งพัสดุ โดยสามารถยื่นเรื่องเคลม ผ่านช่องทางการติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ โทร 02-009-5678


* หมายเหตุ: 

- กรณีพัสดุสูญหายอันเกิดจากบุคคลที่สามเนื่องจากปัญหาที่ไม่สามารถควบคุมได้จะส่งผลให้สินค้าไม่สามารถได้รับการพิจารณาเคลม 

- กรณีที่ผู้ส่งไม่ได้แจ้งข้อมูลมูลค่าสินค้าตามจริงซึ่งนำไปสู่การสูญเสียใด ๆ จะไม่ถูกนำไปใช้สำหรับกรณีการเคลมสินค้า


[News] - จับคู่ความฮอตชนฮอต!!! “โอ้-มาริโอ้ เมาเร่อ” และสาว “ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” ถ่ายทอดเรื่องราว ผ่าน MV กับบริการ “เจแอนด์ที เคลมไวในวันถัดไป”

จับคู่ความฮอตชนฮอต!!! J&T Express สร้างปรากฏการณ์ใหม่ครั้งแรกในธุรกิจขนส่งพัสดุด่วนเมืองไทยกับบริการ “เจแอนด์ที เคลมไวในวันถัดไป” คว้าสองซุปเปอร์สตาร์ พระเอกหนุ่มฮอต “โอ้-มาริโอ้ เมาเร่อ” และสาว “ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” นางเอกขวัญใจมหาชน ขึ้นแท่นพรีเซอร์เตอร์คู่ตอกย้ำผู้นำด้านกลยุทธ์ Entertainment Marketing อีกทั้งยังชวน มาริโอ้-ใบเฟิร์น ปลุกความจิ้นอีกครั้ง ร่วมกันถ่ายทอดเรื่องราว ผ่านMV เพลง “วันเดือนปี” ในเวอร์ชั่นของนักร้องสาวเสียงเก๋ขวัญใจวัยรุ่น “โบกี้ ไลอ้อน” (BOWKY LION) ภายใต้แนวคิด  “ไม่ต้องรออีกต่อไป”

            งานนี้ ใบเฟิร์น และ มาริโอ้ พระเอกนางเอกฝีมือดีสวมบทบาทคู่เลิฟสุดน่ารัก เผยโมเมนต์ในความทรงจำ จนมาถึงวันสำคัญของ ใบเฟิร์น ที่ชวนให้ลุ้นติดตาม ครบทุกรสทุกอารมณ์ทั้งความกุ๊กกิ๊กสวีตหวาน ความประทับใจ พร้อมฉากซึ้ง มาริโอ้ รีบมาเคลมความรู้สึกที่หล่นหายอย่างรวดเร็วในวันถัดไป เรียกว่าเก็บความฟินได้ทุกโมเมนต์พร้อมกับเสียงร้องสดใสในเพลงของ โบกี้ ไลอ้อน ที่ชวนยิ้มตามได้ทั้งเพลง

            นาย ดีแลน ซาน (MR. DYLAN SAN) หัวหน้าฝ่ายการตลาด เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย เผยว่า “เจแอนด์ที เคลมไวในวันถัดไป” เป็นบริการใหม่ที่เข้าใจและตอบโจทย์ปัญหาที่พบจากการใช้บริการของผู้ส่งสินค้า พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทั่วไป ซึ่งเป็นฐานลูกค้าใหญ่ของเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส บริษัทฯ จึงพัฒนาบริการดังกล่าวขึ้น เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการและผู้รับสินค้าที่พร้อมช่วยให้ลูกค้า ไม่ต้องเสียเวลาในการรอ หากพบพัสดุเสียหาย สูญหาย บริษัทฯ ก็จะดำเนินการเคลมค่าเสียหายให้ทันทีภายในวันถัดไป ซึ่ง J&T Express ยังคงมุ่งมั่นและเดินหน้าสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า และสร้างการเติบโตด้วยบริการอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการและทุกกลุ่มลูกค้าอีกด้วย” ติดตาม J&T Express ได้ในทุกช่องทางการสื่อสารทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ อาทิ Billboard , Digital Out of Home , โซเชียลมีเดีย  Facebook Youtube Instagram  Line, สื่อ ณ จุดขาย หน้าร้าน J&T Express ทั่วประเทศกว่า 4,000 สาขา




[Article] - เทคนิคเลือกขนาดกล่อง-ซองสำหรับส่งพัสดุ

  เคยประสบปัญหายืนงงในดงกล่องกันไหมเอ่ยว่า เอ้ะ พัสดุของเราเนี่ยเหมาะกับกล่องพัสดุแบบไหนกันแน่ บางครั้งก็ซื้อเล็กไป หรือบางครั้งก็ซื้อใหญ่ไป ทำให้เปลืองค่ากล่องโดยไม่จำเป็น ครั้นจะไปยืนวัด มันก็อาจจะทุลักทุเล และสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เวลาแต่ละนาทีก็เป็นเงินเป็นทอง จะมาเสียเวลากับการเลือกไซส์กล่องผิดไม่ได้ เราจึงจะมาแนะนำกล่องพัสดุขนาดต่างๆให้ดูกัน ว่าแต่ละขนาดเหมาะกับพัสดุประเภทใดบ้าง

   สำหรับพัสดุขนาดเล็ก พับได้ ไม่แตกหัก แนะนำเป็นซองพลาสติก เพราะ ขนาดเล็กน้ำหนักเบา ซองเหนียวทนทาน แถบกาวเหนียวแน่น เหมาะกับ พัสดุที่ไม่แตกหัก ไม่ยับและสามารถรับแรงกระแทกได้  โดยซองพัสดุของ J&T Express  มี 2 ขนาด นั่นคือ

1. ซองพัสดุขนาด A4

ขนาดพัสดุควรไม่ใหญ่เกิน  21 x 29.7 cm. อย่างเช่น เสื้อผ้า ปฏิทินตั้งโต๊ะ ผ้าเช็ดหน้า ซองเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ หรือเมล็ดพันธุ์ผักต่างๆ

2. ซองพัสดุขนาด A3

ขนาดพัสดุควรไม่ใหญ่เกิน 29.7 x 42 cm.  อย่างเช่น เสื้อผ้า  ชุดเดรสยาว แฟ้มพลาสติก ผ้าเช็ดตัว

ทั้งนี้แต่หากไม่ใช่พัสดุประเภทเสื้อผ้า พัสดุควรห่อด้วยพลาสติกกันกระแทกอย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายระหว่างขนส่งพัสดุ

   สำหรับสินค้าที่แตกหักได้ ต้องการการกันและป้องกันแรงกระแทกจากการขนส่ง ควรเลือกใช้กล่องพัสดุ ซึ่งทำจากกระดาษที่มีความหนา เพราะสามารถปกป้องพัสดุได้มากขึ้น ซึ่งขนาดกล่องพัสดุก็มีหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์การเลือกใช้งานและขนาดของพัสดุ โดยขนาดกล่องพัสดุทั้งหมดของ J&T Express มี 6 ขนาด ดังนี้

1. ไซส์ Mini ขนาด  14*20*6 cm. ขนาดเล็ก กระทัดรัด เหมาะกับพัสดุขนาดเล็ก เช่น เครื่องสำอางค์ สกินแคร์ หรือเครื่องประดับ

2. ไซส์  S   ขนาด  20*30*11 cm. เหมาะกับพัสดุขนาดเล็ก เช่น เทียนหอม ของเล่นสัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก

3. ไซส์  S+  ขนาด  24*37*14  cm. เหมาะกับพัสดุขนาดเล็ก-กลาง เช่น ถุงอาหารสัตว์ รองเท้า เสื้อผ้า หมวก

4. ไซส์  M  ขนาด  27*43*20  cm. เหมาะกับพัสดุขนาดกลาง เช่น กระถางต้นไม้ ข้าวสาร คอร์นเฟลก อาหารแห้ง

5. ไซส์ M+ ขนาด  35*45*25  cm. เหมาะกับพัสดุขนาดกลาง – ค่อนข้างใหญ่ เช่น ข้าวสารขนาดเล็ก รองเท้า กระเป๋าถือ

6. ไซส์  L   ขนาด  40*50*30  cm. เหมาะกับพัสดุขนาดใหญ่ เช่น กล่องใส่ของ อุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์เบเกอรี่ 

ทั้งนี้ถึงแม้ว่ากล่องพัสดุจะปกป้องพัสดุของได้แล้ว แต่ในการแพคพัสดุและสินค้าก็ควรห่อพลาสติกกันกระแทกหรือใส่โฟม กันกระแทกอย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันไม่ให้พัสดุข้างในกล่องเกิดความเสียหายระหว่างการขนส่งด้วย

     นอกจากนี้เรายังมีกล่องน้องใหม่ นั่นคือ กล่องพัสดุสำหรับส่งผลไม้ ซึ่งเป็นบริการใหม่ของ J&T Express ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการส่งผลไม้โดยเฉพาะ มีรูระบายอากาศ และกล่องมีความหนาถึง 5 มิลลิเมตร สำหรับป้องกันแรงกระแทกได้อย่างดี โดยขนาดกล่องผลไม้ก็มีให้เลือกด้วยกัน 4 ขนาด ดังนี้ 

1. ไซส์ S+ ขนาด 24*37*14 cm. สำหรับผลไม้แพคเล็กอย่าง เชอร์รี่  สตอเบอรี่ บูลเบอรี่ กูสเบอร์รี ที่บรรจุในกล่องพลาสติก

2. ไซส์ M ขนาด 27*43*20 cm.  สำหรับผลไม้ขนาดกลาง อย่าง แอปเปิ้ล สาลี่ มังคุด ทับทิม ผลไม้เปลือกบางควรห่อลูกต่อลูกอย่างแน่นหนา

3. ไซส์ M+ ขนาด 35*45*25 cm. สำหรับผลไม้ขนาดกลาง - ใหญ่ เช่น สับปะรด  ส้มโอ มะพร้าว

4. ไซส์ L ขนาด 40*50*30 cm. สำหรับผลไม้ขนาดใหญ่ เช่น  แตงโม แคนตาลูป ทุเรียน

 

ทริคในการแพคผลไม้

- ประมาณเวลาสุกของผลไม้ เลือกส่งผลไม้ช่วงที่ผลไม้ยังไม่สุก เพื่อป้องกันผลไม้ไม่ให้ช้ำ เละ และเน่าเสีย

- เลือกใช้ขนาดกล่องที่เหมาะสม กล่องมีความหนาอย่างน้อย 5 มิลลิเมตร

- กล่องพัสดุจะต้องมีรูระบายอากาศ เพื่อให้อากาศถ่ายเทภายในกล่องได้

- ก่อนแพคผลไม้ลงกล่อง ผลไม้ต้องรับการห่อทุกลูก เพื่อป้องกันการกระแทกระหว่างขนส่ง

- ผลไม้ต่างชนิดกัน จะต้องทำการแพคแยกกล่องกัน เพื่อป้องการการทับกันจากผลไม้ชนิดใหญ่กว่า หรือเปลือกแข็งกว่า

- ภายในกล่องจะต้องไม่มีช่องว่าง โดยการเพิ่มแผ่นกั้น, แผ่นโฟม หรือ ยัดกระดาษหนังสือพิมพ์ เพื่อเป็นการป้องกันผลไม้ภายในกล่องไม่ให้กลิ้งไปมา

- บรรจุภัณฑ์จะต้องได้รับการแพคอย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายระหว่างการขนส่ง


[Article] - เทคนิคธุรกิจออนไลน์มัดใจลูกค้า

ในช่วงที่การช้อปปิ้งออนไลน์ฮอตฮิตติดเทรนด์แบบนี้ ด้วยจำนวนปริมาณของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการซื้อของช้อปปิ้งออนไลน์นั้น กลายเป็นช่องทางหลักไปแล้วสำหรับลูกค้าหลายๆ คน เรียกว่าได้รับความนิยมอย่างมากนับจากปีที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้  เพราะตอบโจทย์นักช้อปทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนทำงานที่ทำงานอยู่ที่บ้าน  กลุ่มคนทำงานทั่วไป กลุ่มวัยรุ่น หรือแม้แต่กลุ่มแม่บ้าน – พ่อบ้านนักช้อป ที่ช่วยอำนวยความสะดวกไม่ต้องเดินทางออกไปให้เสียเวลา  และมีตัวเลือกหลากหลายให้เปรียบเทียบ เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ตก็สามารถเข้าถึงร้านค้าได้แล้ว  สำหรับทางด้านของผู้ประกอบการนั้นก็ถือเป็นช่วงขาขึ้น  ตั้งแต่ธุรกิจร้านอาหารรายย่อย ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ยิ่งช่วงโปรโมชั่นวันดับเบิ้ลเดท 2.2 หรือ 3.3 ซึ่งได้รับการตอบรับที่ท่วมท้น ออเดอร์ล้นขายดิบขายดีกันเลยทีเดียว

       ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์รอบตัว เหล่าพ่อค้าแม่ค้า ร้านรวง หรือธุรกิจน้อยใหญ่ ต่างต้องมีการปรับตัวไปตามๆ กัน โดยสิ่งที่จะดึงดูดลูกค้านั้น นอกจากโปรโมชั่นหน้าร้านแล้ว การขนส่งและค่าส่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของลูกค้าอีกด้วย เรียกได้ว่านอกจากจะเป็นการปรับตัว ก็ยังเป็นกลยุทธ์ในการมัดใจลูกค้าอีกด้วย

    จากที่กล่าวกันมาข้างต้นจะเห็นได้ชัดว่า ธุรกิจออนไลน์สำหรับยุคนี้นั้นสำคัญ และเป็นที่นิยมมากเพียงใด วันนี้ J&T Express จะมาแนะนำเทคนิคการบริหารร้านค้าและธุรกิจออนไลน์ให้ได้ใจลูกค้ากัน

1. มีใจบริการ และให้ข้อมูลด้วยความเต็มใจ

    ต้องบอกเลยว่านี่เป็นขั้นตอนแรกในการสร้างความประทับใจก็ว่าได้ ยิ่งถ้าเป็นช่วงที่ลูกค้ากำลังหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า ความใส่ใจในการบริการ ในการตอบคำถามและให้ข้อมูลกับลูกค้าเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ รวมไปถึงบริการหลังการขายอีกด้วย เมื่อลูกค้ามีปัญหา ต้องการความช่วยเหลือ ร้านควรให้คำแนะนำ ช่วยแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าอย่างรวดเร็วและจริงใจ เท่านี้ก็สามารถซื้อใจลูกค้าได้อย่างแน่นอน



2.  ตอบกลับรวดเร็วและติดต่อง่าย

    ด้วยความเป็นร้านค้าออนไลน์ที่ไม่มีหน้าร้าน ทางร้านค้าจึงต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าของคุณด้วยการ ตอบกลับข้อความอย่างรวดเร็ว ชัดเจน ไม่ปล่อยให้ลูกค้าเกิดความกังวล เพราะการซื้อของออนไลน์นั้น ต้องยอมรับว่ามีหลายกรณีที่ลูกค้าถูกมิจฉาชีพหลอกลวงติดต่อร้านค้าไม่ได้ ดังนั้นการทิ้งระยะเวลาที่มากเกินไปในการตอบคำถามกับลูกค้า อาจทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกกังวลได้ว่าจะโดนมิจฉาชีพหลอกลวงได้  ดังนั้นจุดนี้จึงเป็นจุดสำคัญที่ร้านค้าไม่ควรมองข้าม


3. แจ้งข่าวสารและอัปเดตโปรโมชั่นสม่ำเสมอ

การอัพเดตและแจ้งข่าวสารโปรโมชั่นต่างๆ ให้ลูกค้าทราบอย่างสม่ำเสมอ ก็เพื่อให้เกิดการกระตุ้นและสร้างการจดจำร้านค้าของเราได้ อีกทั้งยังเป็นการแสดงความใส่ใจต่อลูกค้า ซึ่งจะช่วยทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้ากับร้านค้าของเราอีกครั้งได้ไม่ยากเลย 

4. สร้างความประทับใจด้วยบริการจัดส่งสินค้าที่รวดเร็ว

อีกหนึ่งปัญหาคลาสิกที่พบเจอเป็นประจำจากรีวิวของลูกค้า คือ ปัญหาการขนส่งที่ล่าช้า หรือไม่สามารถติดตามสถานะของสินค้าได้แบบเรียลไทม์ ก่อให้เกิดความกังวลใจหรืออาจส่งผลให้ลูกค้าไม่พึงพอใจได้ เพราะลูกค้ามักคาดหวังว่าจะได้พัสดุอย่างรวดเร็วภายใน 1 - 2 วัน ดังนั้นร้านค้าควรเลือกใช้บริการส่งพัสดุจากบริษัทขนส่ง ที่มีความน่าเชื่อถือ มีมาตราฐาน สามารถวางใจให้เป็นตัวกลางนำส่งสินค้าให้ถึงมือของผู้รับสินค้า ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

 

5. กระบวนการขนส่งที่รวดเร็ว รองรับหลายบริการ

การเลือกบริษัทขนส่งที่มีความน่าเชื่อถือและได้มาตราฐาน นอกจากจะทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจและสบายใจแล้ว ร้านค้าก็ยังสามารถวางใจได้ว่า สินค้าจะได้รับการจัดส่งอย่างดีจากบริษัทขนส่ง นอกจากนี้ความหลากหลายของประเภทการขนส่งก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะการมีตัวเลือกให้กับลูกค้า จะยิ่งช่วยเพิ่มโอกาสให้กับลูกค้า ในการเลือกซื้อสินค้าของเราได้ ซึ่ง J&T Express ก็มีบริการด้านขนส่งพัสดุแบบครบครัน ทั้งพัสดุธรรมดา หรือบริการเก็บเงินปลายทาง, บริการเรียกรถขนส่งเข้ารับถึงบ้าน ที่จะช่วยให้ร้านค้าของเราขนส่งพัสดุและสินค้าได้สะดวกและคล่องตัวขึ้น

6. ส่งสินค้าถึงจุดหมาย ติดตามสถานะได้ไม่ยุ่งยาก

ถึงแม้จะปฏิบัติตามเทคนิคอื่นๆ แล้ว แต่หากขาดข้อนี้ไป ก็สามารถก่อปัญหาและส่งผลที่ไม่ดีต่อภาพลักษณ์ของร้านและธุรกิจเราได้เช่นกัน ดังนั้นสินค้าและพัสดุที่ถูกส่งออกไปแล้วนั้น จะต้องสามารถติดตามสถานะการส่งสินค้าได้แบบเรียลไทม์  ง่ายต่อการตรวจสอบ และมีหลากหลายช่องทาง อีกหนึ่งส่วนที่ขาดไม่ได้เลย คือ ทีม Customer Service ที่จะช่วยตอบปัญหา ดูแลลูกค้าและติดตามแก้ไขปัญหาของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว